Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

หลง..ในความรัก : หรือคุณกำลังเสพติดความรักอยู่กันแน่?

หลง..ในความรัก : หรือคุณกำลังเสพติดความรักอยู่กันแน่?

เคยไหมกับการต้องทนอยู่กับความสัมพันธ์แย่ๆ หรือกลับไปหาแฟนเก่าที่ทำร้ายคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ? เมื่อตกลงคบกับใครสักคนหนึ่งแล้ว เคยสงสัยไหมว่าคุณได้เลือกคนที่ใช่แล้ว ? หรือเคยคิดถึงใครบางคนในอดีต แล้วคิดว่าอยากให้เขากลับมาบ้างหรือเปล่า ? ถ้าคุณตอบว่าใช่จากข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น บางทีคุณอาจเป็นคนที่เสพติดความรักก็ได้ค่ะ

มันอาจฟังดูไร้สาระ แต่อาการเสพติดความรักนั้นมีอยู่จริงค่ะ ซึ่งคนที่มีอาการอย่างที่ว่านี้มักเป็นคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ขาดแบบอย่างที่ดีสำหรับความสัมพันธ์แบบผูกมัด และมักยึดมั่นว่าความสัมพันธ์จะดีหรือแฮปปี้ตลอดไป ทั้งนี้นักประสาทวิทยาพบว่า การเสพติดความรักนั้นเกิดจากประสบการณ์ในอดีต และมันยังฝังรากลึกอยู่ในสมองของเรา หากให้เจาะจงมากกว่านี้ อาการดังกล่าวเป็นผลของสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของมนุษย์ค่ะ

หลงรัก

“ ความรักอันแสนโรแมนติกคือสิ่งเสพติด ” กล่าวโดย Helen Fisher นักมานุษยวิทยาแห่ง Rutgers University  “ ฉันเดาว่าสิ่งเสพติดในช่วงยุคใหม่อย่างนิโคติน ยาเสพติด เซ็กส์ หรือการพนันนั้นกำลังเข้ายึดครองพื้นที่ในสมองที่วิวัฒนาการมาจากหลายล้านปีที่ผ่านมา ระบบของสมองค่อยๆ พัฒนาเพื่อมุ่งเน้นไปที่พลังงานของแต่ละบุคคล และเริ่มกระบวนการผสมพันธุ์ ”

อย่างไรก็ดี คนที่อยู่ในช่วงแรกของการตกหลุมรักจะมีกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในสมองคล้ายกับคนที่ติดยา ซึ่งสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกกลัว และสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจหรือเหตุผลจะมีบทบาทน้อยลง ในขณะที่สารสื่อประสาทที่ชื่อว่าโดพามีนจะหลั่งออกมาในสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจ ซึ่งเจ้าสารชนิดนี้แหละค่ะที่ทำให้เรารู้สึกมีความสุข

นอกจากนี้ส่วนสมองที่เกี่ยวกับการหมกมุ่น ความหลงใหล และความชะล่าใจจะเริ่มทำงาน เมื่อสารโดพามีนถูกหลั่งออกมา และระบบรางวัล (Reward circuit) หรือระบบที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจถูกกระตุ้น คุณก็จะชอบความรู้สึกตื่นเต้นที่เกิดขึ้นเมื่อเริ่มคบหากับใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นจูบแรก กอด เซ็กส์ หรือแม้แต่การสัมผัสร่างกายเพียงนิดเดียวก็ทำให้อารมณ์ของคุณกระเจิงได้แล้ว เพราะสมองรับรู้ว่ามันเป็นรางวัลค่ะ เมื่อความสัมพันธ์ดำเนินต่อไป คนที่เสพติดความรักแล้วจะต้องการความรู้สึกอย่างที่ว่ามากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ต่างจากคนที่ติดสารเสพติด และเมื่อความสัมพันธ์จบลง ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็คล้ายกับอาการลงแดงที่เกิดขึ้นเมื่อขาดยา

เพื่อทดสอบว่าสิ่งที่กล่าวไปเป็นจริงหรือไม่ Fisher ได้ทดลองโดยใช้ผู้ชาย และผู้หญิงที่เรียนอยู่ในระดับวิทยาลัยจำนวน 15 คนที่เพิ่งเลิกกับคนรักโดยเฉลี่ย 2 เดือนก่อนที่เข้าร่วมงานวิจัยชิ้นนี้ ซึ่งทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ายังคงรู้สึกรักแฟนที่เพิ่งเลิกรา

หลงรัก

ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมทดลองแต่ละคนจะได้ดูรูปของแฟนเก่า ในขณะที่นักวิจัยจะใช้ เครื่อง MRI เพื่อดูกิจกรรมภายในสมอง โดยพบว่า สมองของพวกเขามีความคล้ายคลึงกับคนที่ติดโคเคนและนิโคติน คนที่เจ็บปวดทางร่างกาย หรือคนที่อยู่ในช่วงเสียใจ

“ คุณจะรู้สึกต้องการคนที่รักมาก และเต็มใจที่จะทำเรื่องบ้าบิ่น ” กล่าวโดย Fisher ซึ่งมันจะเหมือนกับคนที่พยายามต่อสู้กับอาการติดยา คนที่อกหักและหมกมุ่นกับการสูญเสีย ความรู้สึกต้องการใครสักคนหนึ่ง และนั่นจะทำให้เกิดการบิดเบือนความจริง สิ่งที่จะตามมาคือ คุณจะเกิดความรู้สึกอยากกลับไปหาคนรักเก่า และเต็มใจที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม เมื่อคุณได้พบหรือได้ยินเสียงเขาอีกครั้ง สมองของคุณก็จะรับรู้ว่ามันเป็นรางวัล โดพามีนจะได้รับการเติมเต็ม และความสามารถในการตัดสินใจก็จะถูกระงับไว้

แม้ว่าความรักจะเป็นสิ่งเสพติด แต่เราสามารถรักษาได้โดยพาตัวเองออกมาจากสิ่งที่ทำให้เกิดอาการเสพติด ซึ่ง Fisher ยังพูดทิ้งท้ายด้วยว่า เมื่อเวลาผ่านไป กิจกรรมในสมองส่วนที่เกี่ยวกับการเสพติดจะลดลง ซึ่งมันก็ตรงกับประโยคสุดคลาสสิคที่เรามักได้ยินเป็นประจำว่า “ เวลาจะช่วยเยียวยาให้ทุกอย่างดีขึ้นเอง ” ความรักอาจเป็นสิ่งที่ทำให้โลกสดใสขึ้น แต่อย่าลืมที่จะรักแบบมีสติด้วยนะคะ   มิเช่นนั้นความรักก็อาจย้อนกลับมาทำร้ายคุณได้เช่นกัน

ที่มา: brainworldmagazine

get up close & personal with instagram