Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

ตัวจริงหรือตัวหลอก? 7 สัญญาณที่จะบอกคุณว่าเขาเหมาะเป็นแค่ “คู่รัก” ไม่ใช่ “คู่ครอง”

ตัวจริงหรือตัวหลอก? 7 สัญญาณที่จะบอกคุณว่าเขาเหมาะเป็นแค่ “คู่รัก” ไม่ใช่ “คู่ครอง”

ยามที่คุณมีความสัมพันธ์ฉันคู่รักกับใครนานๆ มันก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงได้ยากที่จะไม่คิดถึงอนาคตร่วมกัน ยิ่งคู่ไหนที่โอเคด้วยกันมากๆ  แต่มันก็คงจะไม่โอเคเท่าไรหากจะต้องคงความสัมพันธ์ไว้ที่สถานะเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ  บางทีก็ถึงเวลาที่คุณควรจะมานั่งทบทวนดูแล้วล่ะว่าคนรักของคุณที่คบหาดูใจกันมาเนิ่นนั้น จริงๆ แล้วเค้าเหมาะจะร่วมสร้างครอบครัวกับคุณในอนาคตจริงๆ หรือเปล่า  

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะบ่งชี้ได้ว่าคู่รักที่ดีของคุณจะเป็นคู่ครองที่ดีด้วยหรือไม่นั้นก็คือความคาดหวังในเรื่องการแต่งงานซึ่งทั้งสองคนวางแผนร่วมกันก่อนที่จะก้าวไปสู่สถานะใหม่  โดย ซาร่าห์ อีก คลาร์ค นักบำบำบัดด้านความสัมพันธ์กล่าวไว้ว่า “หากความคาดหวังของคู่รักของคุณตรงกับสิ่งที่คุณคาดหวังในการด้านการสมรส เช่นนั้นความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองก็จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรนักเมื่อคุณแต่งงานกัน อย่างไรก็แล้วแต่ มันเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณและคู่ของคุณควรจะมานั่งพูดคุยกันถึงความคาดหวังในชีวิตสมรสที่คุณคาดหวังในแต่ละเรื่อง เพื่อดูว่าคุณทั้งคู่มีความคิดเห็นเป็นอย่างไรก่อนที่จะตัดสินใจสู่การวิวาห์”  และนี่คือสัญญาณ 7อย่างที่จะช่วยเป็นเข็มทิศให้คุณในการตัดสินใจว่าเขาคือคนที่ใช่ของคุณจริงหรือเปล่า

คู่ครอง

  1. คุณมีเป้าหมายระยะยาวร่วมกันหรือไม่

เดวิด เบนเน็ตต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์กล่าวไว้ว่า "มีคนไม่น้อยมีเป้าหมายที่ตั้งอยู่บนสถานะความสัมพันธ์ฉันคู่รักที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แต่กลับแตกต่างออกไปเมื่อพิจารณาถึงเป้าหมายการใช้ชีวิตคู่ในระยะยาว ยกตัวอย่าง บางคู่คบกันยาวนานขณะที่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันแต่ก็ใช่ว่าจะกลายเป็นคู่สมรสที่ดีได้ เพราะหลังเรียนจบต่างคนก็ต้องไปใช้ชีวิตในโลกของการทำงาน  ฉะนั้นสิ่งที่คุณต้องพิจารณาในการวางเป้าหมายต่อไปของชีวิต  คือ  เมื่อมองไปในอนาคตข้างหน้าตอนนั้นคุณมีแผนอย่างไรกับครอบครัวของคุณ  จะประกอบอาชีพอะไร  จะอยู่ที่ไหน  ใช้ชีวิตอย่างไร  เป็นต้น    

  1. คิดเห็นต่อในเรื่องการแต่งงานเป็นด้านลบ

หากคู่รักของคุณเป็นประเภท "เจ้าสาว" หรือ "เจ้าบ่าว" ที่กลัวฝน คุณอาจจะต้องทบทวนการตัดสินใจ่จะใชทีคู่ร่วมกันในฐานะคู่แต่งงาน  บางคนก็เหมาะที่จะเป็นคนรักที่ดีมากว่าคู่สมรสที่ดีเพราะเขาอาจจะพอใจกับความสัมพันธ์ในระยะเวลา 3-5 ปี  แต่ต่อจากนั้นล่ะ  ยิ่งหากเขาไม่ได้เชื่อในเรื่องผัวเดียวเมียเดียว ความซื่อสัตย์ และคำมั่นสัญญาต่อคู่ของเขา การจะก้าวสู่ความสัมพันธ์ระยะยาวในฐานะสามีภรรยาที่ดีก็คงไม่ใช่เรื่องง่าย

  1. มีมุมมองต่างกันต่อการมีลูก

ความสัมพันธ์ของคุณที่เป็นอยู่ตอนนี้มันอาจจะเยี่ยมยอดมาก แต่มีนอาจจะเพราะตอนนี้มีคุณแค่ 2 คนเท่านั้น  แต่หากจะก้าวสู่เสต็ปต่อไปโดยเฉพาะเรื่องคิดจะลูกด้วยแล้วล่ะก็  คุณทั้งคู่ควรจะคุยกันให้รู้เรื่องก่อนที่จะตัดสินใจแต่งงานกันว่าอยากมีลูกกันหรือเปล่า  เพราะนี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่เรื่องที่คุณทั้งสองจะมาหยวนๆ ให้กัน หรือแค่อยากตามใจอีกฝ่าย  โดยหากคุณไม่อยากมีลูกแต่คู่ของคุณอยากมี เราก็คิดว่าการแต่งงานไม่น่าจะใช่ขั้นต่อไปสำหรับความสัมพันธ์นี้

สร้างครอบครัว

  1. คุณทั้งสองต่างมีแนวทางที่จะสร้างครอบครัวที่ต่างกันออกไป

เรื่องนี้สำคัญมากเพราะมันจะส่งผลต่อครอบครัวของคุณที่จะเติบโตขึ้นในอนาคตเลย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณและคู่ของคุณมีความต่างกันในด้านเชื้อชาติ ศาสนา หรือความเชื่ออะไรก็ตาม  เช่น  หากคุณอยากจะเลี้ยงลูกให้โตขึ้นมาตามแบบพุทธ  แต่แฟนคุณอยากให้ลูกเข้าคริสต์ตามแบบครอบครัวของเขา  เรื่องเหล่านี้แม้มันจะไม่ได้กระทบในสัมพันธภาพระยะยาวที่คุณมีอยู่  แต่แน่นอนมันกระทบแน่กับครอบครัวของคุณในระยะยาว  ดังนั้น  เราอยากให้คุณมั่นใจก่อนที่จะตกร่องปล่องชิ้นกับคนรักของคุณด้วยการนั่งพูดคุย  ทำความเข้าใจ  และตกลงกันให้ได้เสียก่อน

  1. คุณอยากใช้ชีวิตในสถานที่คนละแบบ

คู่ของคุณอาจจะอยากมีชีวิตครอบครัวในบ้านแถบชานเมืองสักหลัง  ในขณะที่คุณอยากอยู่คอนโดฯ ใจกลางเมืองเดินทางไปไหนสะดวก หรือแม้กระทั่งเลยไปถึงการย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างประเทศ ในขณะที่คู่ของคุณอยากอาศัยอยู่ใกล้ๆ กับญาติพี่น้องมากกว่า  ปัจจัยพวกนี้มันไม่ค่อยมีผลมากนักหรอกกับการเดทในระยะไม่กี่ปี  แต่มันต้องคิดหนักเลยนะกับการใช้ชีวิตคู่หลังแต่งงาน

  1. คุณทั้งสองมีวิธีจัดการด้านการเงินที่ต่างกัน

เรื่องเงินถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หลายๆ คู่มีปัญหาจนลามเป็นเรื่องใหญ่โตจนบางคู่ถึงกับเลิกรากันไปก็ด้วยเรื่องเงินนี่ล่ะ  ดังนั้นเป็นความจำเป็นที่คุณควรจะต้องนั่งลงและพูดคุยกันให้ชัดเจนกับคู่ของคุณว่าเรื่องเงินๆ ทองๆ นี่คุณทั้งคู่มีวิธีในการบริหารจัดการอย่างไร  และควรจะวางแผนในด้านการเงินร่วมกันตั้งแต่เริ่ม  และจะดีหากคุณมีแนวทางเป็นไปในทางเดียวกัน และต้องเป็นแผนที่ทำให้การเงินโอเคไม่ใช่ยิ่งอยู่ยิ่งเละ

  1. คู่ของคุณดูจะไม่ชอบที่จะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องหนักๆ

มันเป็นเรื่องชิลล์ๆ ที่จะประคองความสัมพันธ์ระยะยาวของคุณเมื่อคุณยังมีพื้นที่ส่วนตัวของคุณและแชร์เรื่องราวซึ่งกันและกันบ้าง  แต่เมื่อมันเป็นความสัมพันธ์แบบคู่ชีวิต  การใช้ชีวิตร่วมกันและคำมั่นสัญญาที่จะแบ่งปันทุกสิ่งไม่ว่าทุกข์หรือสุข แน่นอนมันย่อมตามมาด้วยความรับผิดชอบและความซีเรียสที่เพิ่มทวีคูณ  ซึ่งความท้าทายเหล่านี้จะส่งผลให้ความสัมพันธ์ของคุณไม่ได้แค่หวานแหววไปวันๆ แต่ในฐานะคู่ชีวิตคุณต้องร่วมกันผ่านเรื่องต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตของคุณทั้งคู่ร่วมกัน

มาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนน่าจะเริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นถึงความแตกต่างและสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในด้านความสัมพันธ์ระหว่างความเป็น "คู่รัก" และ "คู่ครอง" แต่ก็อย่าพึ่งกลัวจนไม่กล้าที่จะเดินหน้าความสัมพันธ์ของคุณไปสู่ขั้นการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน  เพราะหลายๆ คู่ก็สามารถผ่านจุดที่ยากและแก้ปัญหาในด้านความแตกต่างเหล่านี้และอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า  เราก็แค่อยากให้คุณสำรวจและทบทวนให้ดีก่อนที่จะรีบผลีผลามตัดสินใจสู่การวิวาห์ค่ะ เพราะใครๆ ก็อยากประสบความสุขและมีชีวิตที่ดีหลังการแต่งงาน  ฉะนั้นให้เวลาตัวเองอีกสักนิดเพื่อคุณจะได้สุขสมหวังและมีชีวิตสมรสที่ดีได้อย่างแท้จริง

ที่มา: bustle

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram