Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

รู้จักวิธีสื่อสารกับลูกน้อยด้วยภาษามือเพื่อพัฒนาการที่เร็วขึ้น

รู้จักวิธีสื่อสารกับลูกน้อยด้วยภาษามือเพื่อพัฒนาการที่เร็วขึ้น

แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าเด็กทารกยังไม่สามารถพูดคุย หรือตอบโต้กับพ่อแม่อย่างที่ผู้ใหญ่ทำ แต่พวกเขาสามารถใช้ " Baby Signs "  ได้ค่ะ ทั้งนี้ Baby signs เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการสื่อสารที่ทำให้พ่อแม่เข้าใจทารกมากขึ้นโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใดๆ ออกมา เพราะเราจะเน้นใช้ภาษามือ หรือภาษากายค่ะ ซึ่งวันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Baby signs หรือภาษามือ ให้มากขึ้น จะน่าสนใจแค่ไหน มาดูพร้อมกันเลยค่ะ

Baby signs หรือภาษามือ

ประโยชน์ของ Baby signs หรือภาษามือ

  1. ช่วยให้เด็กสื่อสารได้เร็วกว่าการพูด
    เด็กจะมีทักษะความเข้าใจเกิดขึ้นก่อนทักษะการพูด หรือแสดงอารมณ์ค่ะ ซึ่งเด็กส่วนมากจะเริ่มพูดได้เมื่อมีอายุประมาณ 12 เดือน ทั้งนี้การใช้ท่าทางสื่อสารกับเด็กสามารถทำได้เมื่อเขามีอายุ 7-9 เดือนค่ะ ทำให้คุณสามารถสื่อสารกับลูกได้เร็วกว่าเด็กที่สื่อสารโดยใช้การพูดเท่านั้นค่ะ
  2. ลดช่องว่างของการสื่อสาร
    การใช้ Baby signs ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการสื่อสารในเด็กค่ะ เพราะมันสามารถทำได้ง่ายกว่าการพูด นอกจากนี้เมื่อเด็กโตพอที่จะเริ่มพูดได้บางคำแล้ว การใช้ภาษามือยังช่วยลดช่องว่างของการสื่อสาร เพราะเด็กสามารถใช้ทั้งภาษากาย และภาษาพูดเพื่อถ่ายทอดสิ่งที่ตัวเองต้องการให้พ่อแม่เข้าใจง่ายขึ้น
  3. การสื่อสารได้เร็วสามารถช่วยลดอารมณ์เกรี้ยวกราด
    การที่ลูกแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราด หรือร้องไห้งอแงนั้นอาจเป็นเพราะเขาต้องการบางสิ่งค่ะ เพียงแต่เขาไม่สามารถพูดให้เราเข้าใจได้ ทั้งนี้การใช้ภาษามือจะช่วยให้เด็กสามารถสื่อสารถึงสิ่งที่เขาต้องการ ทำให้ลูกได้รับการตอบสนอง และนั่นจะทำให้เขากระวนกระวายน้อยลง

สอนภาษามือได้ตั้งแต่เมื่อไร ?

ทารกจะมีความพร้อมสำหรับเรียนรู้ภาษามือเมื่อเขามีอายุหลัง 4 เดือน หรือบางคนก็อาจเริ่มเข้าใจเมื่ออายุประมาณ 7-9 เดือน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่สามารถเริ่มสอนลูกได้เร็วกว่านั้นค่ะ หากคุณมีลูกที่พูดได้ช้ากว่าปกติ คุณก็อาจนำ Baby signs มาใช้ควบคู่กัน

มีสัญญาณอะไรที่สามารถเริ่มสอนได้ ?

Baby signs หรือภาษามือ
สิ่งสำคัญที่ควรจำไว้คือ คุณควรสอนภาษามือที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และจูงใจมากพอ สำหรับภาษามือ ที่สามารถช่วยให้คุณเข้าใจถึงสิ่งที่ลูกต้องการมีดังนี้
1. เอาอีก (More ) – การทำท่านี้สามารถใช้เมื่อลูกร้องขออาหาร ของเล่น หรือเกมส์
2. ช่วยด้วย (Help) - เมื่อเด็กเรียนรู้ท่านี้ มันสามารถป้องกันไม่ให้เด็กระเบิดอารมณ์ได้ค่ะ
3. พอได้แล้ว (All done) – ท่านี้ใช้เพื่อสื่อสารให้ลูกหยุดกระทำบางสิ่ง เช่น หยุดเล่นของเล่น หรือหยุดทานอาหาร เป็นต้น
4. กิจวัตรประจำวัน (Routine) - การทำท่าที่บ่งบอกถึงกิจวัตรประจำวันจะช่วยให้เขารู้เวลาทานอาหาร ดื่มน้ำ อาบน้ำ หรือนอนค่ะ
5. อาหารโปรด (Favorite Foods) - ไม่ว่าจะเป็นนม คุกกี้ หรือแครกเกอร์นั้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่สามารถจูงใจทารก หรือเด็กเล็กให้เกิดความต้องการเรียนรู้ภาษามือค่ะ
6. ของเล่น (Toys) - การทำสัญญาณมือเพื่อขอของเล่นอย่างลูกบอล ตุ๊กตา หรือรถถือเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
7. สัตว์เลี้ยงตัวโปรด (Favorite Animals) – หากคุณมีสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว หรือสัตว์ชนิดอื่นๆ คุณก็อาจสอนทำสัญญาณมือเกี่ยวกับสัตว์ค่ะ

วิธีสอนภาษามือ

  1. ค่อยๆ เริ่มทีละนิด

มันอาจเป็นเรื่องหนักเกินไปที่จะสอนทำสัญญาณมือของทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวคุณ ทั้งนี้คุณควรเริ่มจากการสอนสัญญาณง่ายๆ อย่างการสื่อว่า เอาอีก (More) นม (Milk) หรือพอได้แล้ว (All done) และใช้มันให้ได้ตลอดวัน เมื่อลูกเริ่มเข้าใจแล้ว คุณก็ค่อยๆ สอนเขาเพิ่มขึ้นค่ะ

  1. สอนโดยจับมือลูกให้ทำตาม

ในช่วงแรกที่คุณสอนลูกทำภาษามือ คุณอาจต้องคอยช่วยเหลือเขาโดยจับมือลูกให้อยู่ให้ตำแหน่งที่เหมาะสม หากคุณสอนเขาเป็นประจำ คราวนี้เขาก็จะเริ่มทำได้เองโดยที่คุณไม่ต้องเข้ามาช่วยค่ะ

  1. สอนสัญญาณ และให้เขาเลียนแบบ

หลังจากที่คุณฝึกจับมือลูกแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ ให้คุณเริ่มสอนสัญญาณ และทำให้เขาเลียนแบบให้ได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม คุณต้องมั่นใจว่าสัญญาณที่คุณทำ และคำพูดจะต้องสอดคล้องกัน เพราะมันจะทำให้ลูกเรียนรู้ทั้งสองอย่างไปพร้อมๆ กัน

  1. พูดกระตุ้น

เมื่อลูกสามารถเลียนแบบสัญญาณมือได้แล้ว ให้คุณลองพูดบางคำเพื่อดูว่าลูกจะทำสัญญาณมือได้หรือไม่ ตัวอย่างเช่น หากเขาต้องการอาหารเพิ่มขึ้น คุณสามารถกระตุ้นลูกได้โดยพูดว่า “ ทำท่า เอาอีก (More) ให้ดูก่อน ”

สำหรับคุณแม่คนไหนที่ใจร้อน และอยากสื่อสารกับลูกน้อยได้ก่อนถึงวัยที่เขาพูดได้ การใช้ ภาษามือก็ถือเป็นวิธีที่ดีค่ะ หวังว่าสิ่งที่เรานำมาแชร์จะสามารถช่วยให้คุณรู้จักกับ Baby signs มากขึ้น และทำให้เกิดแรงกระตุ้นที่จะสอนภาษามือให้ลูกน้อยนะคะ

ที่มา: organizedmom

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram