Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

เลี้ยงลูกแบบ “ RIE Parenting” สำหรับพ่อแม่ยุคใหม่ดีจริงหรือ

เลี้ยงลูกแบบ “ RIE Parenting” สำหรับพ่อแม่ยุคใหม่ดีจริงหรือ

     คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายๆ คนอาจจะกำลังหาแนวทางเลี้ยงลูกกันอยู่ บางคนก็เลี้ยงตามตำราที่ได้ศึกษามา บางคนก็เลี้ยงตามแบบฉบับที่ได้รับถ่ายทอดกันมาตั้งแต่รุ่นคุณย่า คุณยาย วันนี้เรามีอีกหนึ่งวิธีเลี้ยงลูกที่น่าสนใจมาฝากกันค่ะ

วิธีเลี้ยงลูกแบบ RIE

     RIE คือ แนวคิดการเลี้ยงลูกที่ถูกคิดค้นโดย Magda Gerber ผู้เชี่ยวชาญด้าน การศึกษาปฐมวัย และอดีตผู้อำนวยการด้านการแพทย์ของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ทั้งนี้เธอเชื่อว่าผู้ปกครองไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ดูแล หรือให้การศึกษาลูกเท่านั้น แต่ยังต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากลูกเช่นกัน นอกจากนี้แนวคิดดังกล่าวยังมองว่าเด็กทุกคนล้วนแต่มีความคิด ความสามารถ และแพชชั่น อีกทั้งเด็กจะสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องให้พ่อแม่คอยช่วยเหลือ หรือชี้แนะตลอดเวลา ซึ่งหน้าที่ของพ่อแม่มีเพียงแค่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี เรียนรู้ และอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค่ะ

RIE ได้ผลอย่างไร ?

เลี้ยงลูกแบบ RIE ได้ผลอย่างไร

1.ไม่ต้องเอนเตอร์เทนลูก

       การเลี้ยงลูกโดยยึดหลักของ RIE นั้นจะปล่อยให้เด็กได้ค้นหาสิ่งที่เขาสนใจด้วยตัวเอง พ่อแม่มีหน้าที่เพียงแค่สังเกตการณ์ และไม่ได้เป็นคนที่หาความสนุก หรือความบันเทิงมาประเคนให้แก่ลูก หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ลูกจะต้องมีบทบาทกับทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องเปลี่ยนผ้าอ้อมที่เขาสามารถช่วยตัวเองได้โดยการยกขาให้เราทำความสะอาดได้สะดวก ไปจนถึงการค้นหาว่าตัวเองชอบ หรือไม่ชอบเล่นสิ่งใด

2.ได้สื่อสารกับลูกมากขึ้น

        การเลี้ยงลูกแบบ RIE นั้นจำเป็นต้องมีการพูดคุยกันอยู่เสมอ ทั้งนี้ Fran Walfish นักจิตอายุรเวทเด็กได้กล่าวว่า " การได้พูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ พฤติกรรม ความรู้สึก สิ่งที่ต้องการ สิ่งที่คาดหวังไม่ว่าจะเป็นในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตนั้นถือเป็นหัวใจสำคัญของแนวคิดแบบ RIE " นอกจากนี้เขายังเสริมด้วยว่า " ฉันคาดหวัง และมักแนะนำให้พ่อแม่หมั่นพูดคุยกับลูกในแต่ละวันอยู่เสมอ "

3.สนับสนุนให้ลูกได้แสดงอารมณ์

        การเลี้ยงลูกแบบ RIE นั้นจะไม่รีบห้ามเมื่อเห็นลูกร้องไห้ เพราะเชื่อว่าการพยายามอย่างหนักเพื่อให้เด็กหยุดร้องไห้นั้นถือเป็นการสอนลูกว่าห้ามแสดงอารมณ์ในทางลบ ซึ่งมันขัดกับแนวคิดของ RIE ที่สนับสนุนให้ลูกได้มีโอกาสแสดงอารมณ์ออกมาค่ะ

4.ส่งเสริมให้ลูกมีวินัยโดยไม่ใช้การตี

        แนวความคิดแบบ RIE นั้นจะไม่ใช้วิธีการทุบตีลูก แต่จะใช้วิธีกำหนดขอบเขต และทำตามอย่างเคร่งครัดแทน เช่น หากลูกไม่ทานข้าว พ่อแม่ก็จะไม่ตีลูก แต่หากลูกทำท่าจะลุกจากที่นั่ง อาหารก็จะถูกยกออกไปเก็บในทันที เป็นต้น ซึ่งนั่นจะทำให้เด็กเรียนรู้จากการกระทำของตัวเองค่ะ

ข้อดีของ RIE

ข้อดีของการเลี้ยงลูกแบบ RIE

1.ไม่ต้องทำตามกฎเกณฑ์มากเกินไป

        บางครอบครัวอาจใช้วิธีการเลี้ยงลูกโดยเน้นไปที่การวางกฎเกณฑ์ให้ลูกทำตามที่พ่อแม่พอใจ แต่การเลี้ยงลูกแบบ RIE นั้นจะไม่บังคับว่าลูกต้องทำ หรือไม่ต้องทำสิ่งใด แต่จะเน้นให้ลูกมีสิทธิคิด หรือเรียนรู้โดยมีพ่อแม่เป็นคนชี้แนะ ไม่ใช่เป็นผู้บงการ

2.เกิดความรู้สึกผิดน้อยลง

        เราอาจคุ้นเคยกับการเลี้ยงลูกที่เน้นไปที่ความต้องการของลูกเป็นสำคัญ จนทำให้พ่อแม่รู้สึกผิดเมื่อตัวเองปลีกตัวเองเพื่อไปมีเวลาส่วนตัว แต่แนวคิดของ RIE นั้นสนับสนุนให้ผู้ปกครองมองว่าบทบาทการดูแลลูกคือความสัมพันธ์ในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งพ่อแม่ไม่ควรลืมดูแลตัวเองเช่นกัน

3.ช่วยให้เด็กได้แสดงอารมณ์ หรือความรู้สึกของตัวเอง

        การเลี้ยงลูกแบบ RIE นั้นจะเน้นให้เด็กได้แสดงความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง ทั้งนี้นักจิตวิทยาต่างลงความเห็นว่าการทำเช่นนี้จะช่วยป้องกันการเกิดปัญหาทางจิตได้ค่ะ เพราะการได้พูด หรือแสดงออกตามที่ใจคิดจะช่วยให้ไม่เกิดความรู้สึกกดดันนั่นเอง

4.สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง

        การนำแนวคิด RIE มาประยุกต์ใช้เลี้ยงลูกนั้นจะช่วยส่งเสริมให้เด็กทำสิ่งต่างๆ ได้โดยตัวเอง โดยพ่อแม่มีหน้าที่เป็นฝ่ายสนับสนุนเท่านั้น ซึ่งนั่นจะทำให้เด็กกลายเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่ามันจะส่งผลดีต่อตัวเขาในอนาคตค่ะ

ข้อเสีย

ข้อเสี่ยของการเลี้ยงลูกแบบ RIE

1.ต้องใช้เวลาปรับตัว

         หากเดิมทีนั้นคุณเลี้ยงลูกโดยใช้วิธีอื่นๆ จนทำให้ลูกคุ้นเคยกับวิธีดังกล่าว แต่วันดีคืนดีคุณกลับนำแนวคิด RIE มาใช้แทน มันอาจเป็นเรื่องยากสำหรับพวกคุณในช่วงแรกๆ และต้องใช้เวลาในการปรับตัวมากทีเดียวค่ะ

2.บทบาทบางอย่างลดลง

         หากคุณมีสไตล์การเลี้ยงลูกที่ออกแนวสอนแกมบังคับ หรือขีดทางเดินชีวิตของลูกไว้เสร็จสรรพ มันก็อาจทำให้คุณลำบากใจไม่น้อยที่บทบาทบางอย่างของคุณจะถูกลดลง เพราะแนวคิดแบบ RIE นั้นสนับสนุนให้พ่อแม่โฟกัสไปที่การเฝ้าสังเกตลูกอยู่ห่างๆ โดยปล่อยให้ลูกได้มีสิทธิคิด หรือตัดสินใจด้วยตัวเอง

         สไตล์การเลี้ยงลูกของแต่ละบ้านนั้นอาจแตกต่างกันไป ซึ่งมันอาจไม่มีวิธีการที่ดี หรือแย่ที่สุดค่ะ แต่สิ่งสำคัญคือ การหาจุดสมดุลที่ทำให้คุณและลูกน้อยสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขต่างหาก

ที่มา: thebump

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram