Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

ยาแก้หวัดและยาแก้แพ้ที่ทานระหว่างให้นมลูก

ยาแก้หวัดและยาแก้แพ้ที่คุณแม่ทานได้ตอนให้นมลูก

            คงมีคุณแม่จำนวนไม่น้อยที่ป่วยในระหว่างที่ให้นมลูก ครั้นจะทานยาก็กลัวว่ามันจะมีผลต่อสุขภาพของลูกน้อย แต่ถ้าไม่ทานยา คุณก็จะหายป่วยช้า และทำให้ความสามารถในการดูแลลูกลดลง ดังนั้นวันนี้เราจึงได้รวบรวมหลากข้อสงสัยเกี่ยวกับการทานยาในช่วงให้นมลูก รวมถึงยาชนิดที่คุณทานได้หรือไม่ได้มาให้อ่านเป็นความรู้ค่ะ แต่จะตรงกับที่คุณคิดมากน้อยแค่ไหน เราลองมาดูพร้อมกันเลยค่ะ

ยาแก้หวัดระหว่างให้นม

ให้นมลูกตอนป่วยจะเป็นอะไรหรือเปล่านะ ?

                หากคุณป่วยแบบเบาๆ อย่างเป็นหวัด หรือไวรัสในกระเพาะอาหาร เชื้อโรคจะไม่ได้ถูกส่งผ่านทางน้ำนมค่ะ ซึ่งความจริงแล้ว มันกลับมีประโยชน์ต่อเด็กด้วยซ้ำ เพราะนมมีแอนตี้บอดี้ที่ร่างกายของคุณผลิตออกมาเพื่อต้านการติดเชื้อ ดังนั้นมันจึงทำให้ทารกแข็งแรงขึ้น และมีแนวโน้มที่จะป่วยเป็นโรคเดียวกับคุณน้อยลง

                อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำคือ การระวังในเรื่องของยาที่ทานในขณะป่วยค่ะ เพราะยาบางชนิดจะแฝงเข้าไปอยู่ในน้ำนม ในขณะที่ยาบางประเภทสามารถทำให้คุณมีนมน้อยลง คุณควรบอกแพทย์ให้ชัดเจนว่ากำลังอยู่ในช่วงให้นมลูก หรือหากคุณต้องการซื้อยาทานเอง คุณก็ควรเลี่ยงยาบางชนิดที่จะมีผลต่อน้ำนมของคุณ ซึ่งเราจะกล่าวถึงหลังจากนี้

                ทั้งนี้ยาที่ทำงานเฉพาะจุดโดยไม่ผ่านทางกระแสเลือดอย่างสเปรย์ฉีดจมูก สเปรย์ฉีดคอ หรือยาหลอดตานั้นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะมียาเพียงนิดเดียวเท่านั้นที่จะถูกส่งเข้าไปในพลาสมา และนั่นก็จะทำให้ยาอยู่ในน้ำนมไม่มากค่ะ

                นอกจากนี้คุณจำเป็นต้องระวังในเรื่องของการดื่มน้ำ มันเป็นเรื่องง่ายที่คุณจะดื่มน้ำไม่เพียงพอเมื่อป่วย แต่การรักษาร่างกายให้ชุ่มชื้นเป็นสิ่งสำคัญต่อการผลิตน้ำนมค่ะ

ยาที่สามารถทานได้ขณะให้นม และจะไม่ส่งผลกระทบต่อลูก

  • สเปรย์พ่นคอ ยาอม และยาแก้ไอถือว่าเป็นยาที่ปลอดภัย แต่คุณควรระวังยาแก้ไอที่มีสารเมนทอลมากเกินไป เพราะมันสามารถทำให้ร่างกายผลิตน้ำนมออกมาน้อย
  • ไอบูโพรเฟน อะซีตามีโนเฟน พาราเซตามอล
  • สเปรย์พ่นจมูก ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ และยาโครโมลินโซเดียม
  • ยาหยอดตา
  • ยาไกวเฟนิซิน

ยาที่ปลอดภัยสำหรับการให้นม แต่อาจทำให้น้ำนมลดลง

  • ยาซูโดเอฟีดรีน ยาฟีนิลเอฟรีน และยาฟีนิลโพรพาโนลามีนนับว่าเป็นยาที่ปลอดภัยในการใช้ระยะสั้นเมื่อให้นมลูก แต่การทานในระยะยาวสามารถทำให้ระดับของโปรแลคตินลดลง ทำให้น้ำนมถูกผลิตออกมาน้อยลงตามไปด้วย หากพบว่ายาดังกล่าวทำให้คุณไม่มีน้ำนม คุณก็ควรเลิกทานในทันที และใช้เทคนิคที่ช่วยเพิ่มน้ำนม เช่น ปั๊มนม ทานเลซิทิน ทานลูกซัด ฯลฯ

ยาที่สามารถเข้าไปในอยู่ในน้ำนม แต่เป็นเพียงแค่ระยะสั้นๆ เท่านั้น

  • ยานาพรอกเซนจะเข้าไปอยู่ในน้ำนม ซึ่งมันจะมีผลต่อทางเดินอาหารของทารก และระบบหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นคุณควรทานยานี้เมื่อยาแก้ปวดชนิดอื่นๆ ใช้ไม่ได้ผลเท่านั้น
  • ยาไดเฟนไฮดรามีนสามารถเข้าไปอยู่ในกระแสเลือด และเข้าไปอยู่ในน้ำนม แม้ว่ามันจะปลอดภัยสำหรับทารก แต่มันอาจทำให้เขานอนมากเกินไปได้
  • ยาลอราทาดีน และยาต้านฮีสตามีนกลุ่มที่ไม่ทำให้ง่วงนอนถือเป็นทางเลือกที่ดีหากคุณต้องทานยารักษาอาการแพ้
  • ยาโคดีอีนสามารถนำมาใช้ในระยะเวลาสั้นๆ แต่ควรเลี่ยงถ้าเป็นไปได้ เพราะมันสามารถทำให้ทารกท้องผูกและมีอาการโคลิก

ยาแก้หวัดระหว่างให้นม

ยาที่ควรเลี่ยงในขณะให้นม

  • ยาแอสไพรินเป็นยาที่คุณแม่ไม่ควรทานค่ะ เพราะยาสามารถเข้าไปอยู่ในน้ำนมได้ นอกจากนี้มันยังทำให้เกิดกลุ่มอาการราย (Reye’s syndrome) ในเด็ก แถมยังทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับเลือดออกตามมา

วิธีดูแลตัวเองแบบธรรมชาติ

  • วิธีที่ช่วยทำให้ทางเดินหายใจโล่ง และบรรเทาอาการไอแห้งๆ คือ ให้คุณเอาผ้าขนหูพันบนศีรษะ และสูดไอความร้อนจากน้ำที่เดือดเข้าไป หรือคุณจะใส่ เอสเซนเชียลออยล์อย่างยูคาลิปตัส และเปปเปอร์มิ้นต์เพิ่มเข้าไปสัก 2-3 หยดก็ได้ค่ะ
  • ใช้น้ำเกลือล้างภายในจมูก
  • ทานเอ็กไคนาเซียในระหว่างที่เป็นหวัดธรรมดา และโรคไข้หวัดใหญ่เพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้คุณอาจทานกระเทียมด้วยก็ได้ค่ะ
  • การทานลูกอมที่มีซิงก์ หรือวิตามินซีสามารถช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้เช่นกัน
  • การดื่มชาร้อนที่ใส่เลมอน และน้ำผึ้งจะช่วยบรรเทาอาการคันคอ ยิ่งไปกว่านั้นสารคาเฟอีนจะทำให้หลอดเลือดแคบลง ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการน้ำมูกไหลได้ค่ะ
  • หากรู้สึกคันคอ ให้คุณกลั้วคอด้วยน้ำเกลือตลอดวัน

               

                อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หวังว่าคุณแม่ที่กำลังป่วย และลังเลว่าจะทานยาหรือไม่ได้คลายความสงสัยลงไปบ้างแล้วนะคะ เมื่อรู้ว่ายาชนิดใดที่สามารถทานได้ และปลอดภัยต่อลูก คราวนี้คุณก็ทานได้ตามสบายเลยค่ะ นอกจากจะคิดถึงสุขภาพของลูกน้อยแล้ว คุณก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะคะ มิเช่นนั้นมันก็จะส่งผลต่อความสามารถในการเลี้ยงลูกได้เช่นกัน

 

ที่มา: bestclothdiapers

get up close & personal with instagram