Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

คุณแม่ต้องรู้! ความรู้จักความกลัวของเด็กแต่ละช่วงอายุมีอะไรกันบ้าง?

เผย..ความกลัวของเด็กแต่ละช่วงอายุ...พวกเขากลัวอะไรกันบ้าง

สำหรับเด็กๆ ขณะที่เขาผ่านช่วงเวลาแห่งการเจริญเติบโตนั้น พวกเขาจะต้องเผชิญกับความกลัวและไม่สบายใจที่แตกต่างกันไปตามพัฒนาการของช่วงวัยค่ะ  และต่อไปนี้คือความกลัวต่างๆ ที่มักเกิดขึ้นกับเด็กๆ ในแต่ละช่วงวัยของเขา เรามาดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรที่พวกเขากลัวในช่วงนั้นบ้าง
ความกลัวของเด็กแต่ละช่วงอายุ

ช่วงอายุ 2-4 ปี

สำหรับเด็กช่วงวัยนี้เป็นเรื่องปกติที่พวกเขามักจะมีความกลัวกับการถูกฝึกให้นั่งโถส้วม ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เด็กกลัวการนั่งโถส้วมก็คือ

  • กังวลว่าเวลาจะเจ็บตอนขับถ่าย
  • กังวลว่าจะตกลงไปในโถส้วม
  • กังวลถึงเสียงกดน้ำชักโครก
  • กังวลว่าจะมีสัตว์หรือแมลงออกมาจากโถส้วม
  • กังวลว่ามือจะเปื้อนอุจจาระ

อื่นๆ ที่เด็กวัย 2-4 ปีมักจะหวาดกลัวกันก็คือ  กลัวความมืด  กลัวการนอนคนเดียว  กลัวเสียงฟ้าร้อง  กลัวเงา  กลัวเสียงดัง เช่น เสียงเครื่องดูดฝุ่น  พลุ  รถขนขยะ เสียงฟ้าร้อง เป็นต้น  กลัวที่จะต้องห่างจากผู้ปกครอง  กลัวพื้นลาดหรือบันได  กลัวคนที่ใส่ชุดแฟนซีหรือใส่หน้ากาก กลัวสัตว์ เช่น แมลง สุนัข นก ฯลฯ กลัวคนแปลกหน้า  กลัวรายการที่ฉายทางทีวี  กลัวบันไดเลื่อน  กลัวหลงทาง และกลัวน้ำ เช่น การอาบน้ำหรือการว่ายน้ำในสระ

ความกลัวของเด็กแต่ละช่วงอายุ

ช่วงอายุ 5-7 ปี

ความกลัวในเด็กช่วงวัย 5-7 ปี นั้น ส่วนของความกลัวในเรื่องการนั่งส้วมอาจจะยังมีมาต่อเนื่องแต่จะพัฒนาการเป็นความกลัวในด้าน

  • กังวลว่าส้วมจะล้นออกมา
  • กังวลว่าจะมีแมลงออกมาจากส้วม
  • กังวลว่าจะบาดเจ็บเมื่อเวลาถ่าย

ส่วนความกลัวอื่นๆ ได้แก่  กลัวความมืด  กลัวว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ใต้เตียง  กลัวสัตว์ประหลาด  กลัวผี และสิ่งเหนือธรรมชาติ  กลัวตู้เสื้อผ้าหรือรอยแตกของประตู  กลัวรายการทีวีที่มีเนื้อหาน่ากลัว  กลัวการเปลี่ยนแปลงของอากาศ เช่น พายุ ฟ้าแลบ แผ่นดินไหว ฯลฯ  กลัวการแยกจากผู้ปกครอง  กลัวครูตวาดหรือแสดงความผิดหวังต่อพวกเขา  กลัวการสอบ  กลัวว่าเพื่อนจะไม่ชอบตัวเอง  กลัวคุณหมอ, หมอฟัน, การฉีดยา  กลัวบันไดเลื่อนและ/หรือลิฟท์  กลัวน้ำและสระน้ำ  กลัวเสียงดัง  และกลัวสัตว์และแมลง    

ความกลัวของเด็กแต่ละช่วงอายุ

ช่วงอายุ 8-11 ปี

เด็กในวัยนี้มักจะเผชิญกับความหวาดกลัวเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ดังนี้  กลัวความมืด  กลัวตู้หรือรอยแตกที่มองเห็นมืดๆ  กลัวผี  กลัวคนไม่ดีและกลัวการถูกทำร้ายหรือลักพาตัว  กลัวต้องอยู่บ้านคนเดียว  กลัวหนังผีที่เกี่ยวกับเด็กหรือของเล่น  เช่น  แอนนาเบล หรือชักกี้  กลัวเรื่องเล่าที่เป็นตำนานเกี่ยวกับสิ่งที่น่ากลัวเร้นลับ  กลัวสิ่งที่ไม่ดีจะเกิดขึ้นกับพ่อแม่เวลาพวกเขาไม่ได้อยู่ด้วย  กลัวความตายและคนที่รักจะตาย  กลัวการป่วยไข้หรือความเจ็บปวดต่างๆ  กลัวความล้มเหลวที่โรงเรียน  กลัวการสอบและการพรีเซนต์หน้าชั้น  กลัวการอาเจียนต่อหน้าสาธารณะหรือที่โรงเรียน  กลัวเพื่อนเยอะเย้ยล้อเลียน  กลัวการไม่มีเพื่อน  กลัวครูที่ชอบดุหรือแสดงความผิดหวังต่อพวกเขา  กลัวทำให้พ่อแม่ผิดหวัง  กลัวเชื้อโรค  กลัวคุณหมอ, หมอฟัน, การฉีดยา กลัวรายการทีวีบางรายการ  กลัวสัตว์และแมลง  กลัวความสูง  กลัวการเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวในสวนสนุก  กลัวบันไดเลื่อน  และกลัวพายุและภัยธรรมชาติ

ความกลัวของเด็กแต่ละช่วงอายุ

ช่วงอายุ  12-18  ปี

เด็กในช่วงอายุนี้นับว่าเป็นช่วงอายุของวัยรุ่นซึ่งโตพอที่จะเรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตมาพอสมควร ซึ่งความกลัวที่มักเกิดขึ้นกับเด็กในช่วงวัยนี้ ได้แก่  กลัวความมืด  กลัวผี  กลัวคนไม่ดีบุกเข้ามาทำร้ายหรือลักพาตัว  กลัวคนที่จ้องมองพวกเขาผ่านทางหน้าต่าง  กลัวการอยู่บ้านคนเดียว  กลัวตัวแสดงหรือบทบาทจากทางสื่อออนไลน์  กลัวการตายและคนที่รักจะตาย  กลัวเกิดเรื่องไม่ดีกับพ่อแม่เวลาที่พวกเขาไม่ได้อยู่ด้วย  กลัวพ่อแม่ผิดหวัง  กลัวโรคและการเจ็บป่วย  กลัวการอาเจียนต่อหน้าสาธารณะหรือที่โรงเรียน  กลัวเชื้อโรค  กลัวถูกยาพิษ  กลัวคุณหมอ, หมอฟัน, การฉีดยา  กลัวความล้มเหลวที่โรงเรียน  กลัวการสอบและการพรีเซนต์หน้าชั้น  กลัวถูกเพื่อนเยอะเย้ยหรือล้อเลียน  กลัวไม่มีเพื่อน  กลัวเกี่ยวกับร่างกายตัวเอง เช่น ความอ้วน มีสิว หรือรูปลักษณ์  กลัวการบิน  กลัวความสูง  กลัวการเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียว  กลัวไฟ  กลัวอุกกาบาตชนโลก  กลัวสงครามหรือการก่อการร้าย  กลัวการเปลี่ยนแปลงของอากาศและภัยธรรมชาติ  กลัวเป็นคนไร้บ้านในอนาคต  กลัวเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์  และกลัวการถูกยิงหรือสังหารหมู่ที่โรงเรียน       

อาการหรือความกลัวที่เกิดขึ้นกับสิ่งต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นในแต่ละระดับการพัฒนาการตามช่วงวัยของเด็กๆ หรือมนุษย์นั้นถือเป็นเรื่องปกติ  ซึ่งความกลัวบางอย่างที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก เมื่อเราเติบโตขึ้น  ผ่านการเรียนรู้และมีประสบการณ์ในชีวิตมากขึ้นก็อาจจะคลายความกลัวต่อสิ่งนั้นๆ ไปได้  แม้กระนั้นก็มีหลายคนไม่น้อยที่กลัวอะไรมากๆ ตั้งแต่วัยเด็กและยังติดอาการกลัวต่อสิ่งเหล่านั้นมาจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ หรือยิ่งกว่านั้นอาการกลัวดังกล่าวพัฒนาจนเป็นโรคหรืออาการหวาดกลัวต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดเข้าขั้นรุนแรง ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการบำบัดรักษา  ดังนั้น  ในฐานะพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือใครที่ต้องดูแลเด็ก  หรือแม้แต่คนแวดล้อม ทั้งในครอบครัวและที่โรงเรียน ควรจะให้ความสำคัญและช่างสังเกตต่อพฤติกรรมความกลัวของเด็ก แม้แต่ตัวเด็กๆ เอง หากพบว่าตัวเองกลัวอะไรมากมายจนผิดสังเกตควรจะบอกให้ผู้ปกครองหรือคุณครูทราบ ซึ่งการไปรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญก็เป็นวิธีการที่เหมาะสม   

ที่มา: anxioustoddlers

get up close & personal with instagram