Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

ไขข้อข้องใจ คนท้องดื่มชาเขียวได้หรือไม่

ไขข้อข้องใจ คนท้องดื่มชาเขียวได้หรือไม่

                ถ้าพูดถึงเครื่องดื่มยอดฮิตนี่ " ชาเขียว " จะต้องติดโผอยู่ในอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ซึ่งนอกจากมันจะมีรสชาติที่หอมอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังมีข้อดีอีกหลายประการที่ทำให้คนหันมาให้ความนิยมดื่มชาเขียวกันมากขึ้น แต่ชาเขียวก็มีสารคาเฟอีนที่มีสูงมากไม่แพ้กาแฟเช่นกัน ทำให้ผู้หญิงที่เพิ่งตั้งครรภ์บางคนอาจสงสัยว่าการดื่มชาเขียวนั้นเป็นเรื่องต้องห้าม หรือทำให้เกิดอันตรายต่อทั้งแม่ และเด็กได้หรือไม่ วันนี้เราจะพาคุณไปค้นหาคำตอบนี้ค่ะ

ปริมาณของชาเขียวที่ปลอดภัยสำหรับคนท้องคือเท่าใด ?

ดื่มชาตอนท้อง

                ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำว่าเราควรจำกัดการทานคาเฟอีน ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ช็อกโกแลต กาแฟ หรืออาหารชนิดอื่นๆ ที่มีคาเฟอีนไม่ให้เกินวันละ 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ไม่เกิน 4 แก้วต่อวัน ซึ่งถือเป็นปริมาณที่ปลอดภัยสำหรับคนท้องเช่นกันค่ะ

                ทั้งนี้ระดับของคาเฟอีนในชาเขียวขึ้นอยู่กับขนาดการดื่ม ปริมาณของชาที่คุณใช้ ระยะเวลาที่ชง และประเภทของชา นอกจากนี้ชาแต่ละยี่ห้อนั้นก็มีระดับของคาเฟอีนแตกต่างกัน โดยมักจะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30-50 มิลลิกรัม แต่ชาเขียวบางยี่ห้ออาจมีปริมาณของคาเฟอีนมากถึง 70 มิลลิกรัมต่อแก้ว

                อย่างไรก็ตาม การดื่มชาเขียวนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับคนท้อง หรือทารกในครรภ์ ซึ่งต่างจากสมุนไพรบางชนิดที่อาจบรรเทาปัญหาสุขภาพในช่วงตั้งครรภ์ได้ เช่น รากขิงช่วยให้อาเจียนน้อยลง หรือใบราสเบอร์รีสีแดงที่ช่วยให้สุขภาพมดลูกดีขึ้นหลังคลอดลูก เป็นต้น

ประโยชน์ด้านสุขภาพของชาเขียวในภาพรวม

ประโยชน์ของชาเขียว

1) การดื่มชาเขียว 2-3 แก้วต่อวันนั้นสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ เพราะชาเขียวมีคุณสมบัติช่วยลดระดับของไตรกลีเซอไรด์ และคอเลสเตอรอลในร่างกาย

2) สารโพลีฟีนอลที่พบได้ในชาเขียวนั้นสามารถช่วยต่อต้านเหล่าอนุมูลอิสระ ความแก่ชรา และที่สำคัญคือ มันสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ค่ะ

3) ชาเขียวมีสรรพคุณช่วยลดการอักเสบในผู้ป่วยที่เป็นโรคลำไส้อักเสบ
4) ด้วยความที่ชาเขียวมีสารที่ช่วยควบคุมระดับของน้ำตาลในเลือด ทำให้เครื่องดื่มชนิดนี้เหมาะแก่ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานค่ะ

5) การดื่มชาเขียวสามารถช่วยปกป้องตับจากสารพิษในแอลกอฮอล์
6) สารสกัดจากชาเขียวสามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ ทำให้มันเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงไดเอทค่ะ

                อย่างไรก็ตาม แม้ว่าชาเขียวอุดมไปด้วยประโยชน์ แต่การควบคุมปริมาณการดื่มให้เหมาะสมก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งมันอาจทำให้เกิดผลกระทบดังนี้

  1. สาร EGCG ในชาเขียวสามารถเปลี่ยนระดับของโฟเลต

                ในชาเขียวมีสารชนิดหนึ่งเรียกว่า EGCG ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านมะเร็ง ทั้งนี้มีการศึกษาชิ้นหนึ่งของชาวญี่ปุ่นค้นพบว่าสารชนิดนี้สามารถส่งผลกระทบต่อระดับของโฟเลตในร่างกาย เพราะเมื่อผู้หญิงที่ดื่มชาเขียว หรือชาอู่หลงมากกว่า 57.3 มิลลิลิตรนั้นมีระดับของโฟเลตต่ำกว่าผู้หญิงที่ดื่มชาน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ โฟเลตเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของตัวอ่อนในครรภ์ หากไม่ได้รับโฟเลตอย่างเพียงพอ มันก็อาจทำให้ทารกเกิดความผิดปกติทางสมอง อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ

  1. เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแท้ง

                คาเฟอีนที่ร่างกายของแม่ได้รับนั้นจะถูกส่งต่อไปยังลูกน้อยในครรภ์เช่นกัน ซึ่งการได้รับสารดังกล่าวมากเกินไปก็อาจทำให้เด็กมีน้ำหนักตัวเมื่อคลอดน้อยลง ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการกลุ่มหายใจลำบากเฉียบพลัน ภาวะเลือดออกในโพรงสมอง หรือโรคที่ทำให้ทารกเสียชีวิตเฉียบพลัน นอกจากนี้การทานคาเฟอีนในปริมาณสูงนั้นอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะแท้ง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณแม่ควรควบคุมการทานอาหารที่มีคาเฟอีนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

  1. ทำให้อาการขณะตั้งครรภ์แย่ลง

                การดื่มชาเขียวมากเกินไปนั้นอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงโดยเฉพาะหากคุณกำลังตั้งครรภ์ค่ะ โดยมันจะทำให้คุณรู้สึกเวียนศีรษะ ส่งผลให้อาการคลื่นไส้ และอาเจียนที่มีอยู่แล้วแย่ลงไปอีก นอกจากนี้ผู้หญิงบางคนยังมีอาการปวดศีรษะ นอนไม่หลับ และมีอาการใจสั่น รวมถึงอาจทำให้คุณโกรธง่ายขึ้น

                ถึงแม้ว่าดื่มชาเขียวนั้นอาจมีประโยชน์ก็จริง แต่หากไม่จำกัดปริมาณการดื่มให้เหมาะสม มันก็จะทำให้เกิดผลกระทบต่อทั้งแม่ และลูกในครรภ์ค่ะ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณควรควบคุมการดื่มชาเขียวไม่ให้มากจนเกินไปนั่นเอง

 

ที่มา: curejoy

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram