Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

5 หลักการในการเลี้ยงลูกด้วยทรรศนคติเชิงบวก

5 หลักการในการเลี้ยงลูกด้วยทรรศนคติเชิงบวก

ในการเลี้ยงเด็กให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพที่ดีนั้น ต้องยอมรับกันว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยค่ะ ทั้งนี้ต้องอาศัยความอดทน ความเข้าใจและการเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด วันนี้เรามีหลักการดีๆ มาฝากพ่อ แม่ ผู้ปกครองในการเลี้ยงลูกมาฝากกันค่ะ
การเลี้ยงลูกด้วยทรรศนคติเชิงบวก

  1. ความผูกพัน  

ตามทฤษฎีความผูกพันที่คิดค้นโดย John Bowlby จิตแพทย์ชาวอังกฤษ และ Mary Ainsworth จิตแพทย์ชาวอเมริกัน ความผูกพันเกิดขึ้นได้ระหว่างผู้ให้การดูแลปฐมภูมิและทารก  ซึ่งมีหน้าที่ในการ

  • กำหนดรูปแบบความสัมพันธ์ของพวกเราในอนาคต
  • สร้างความแข็งแรงหรือทำลายความสามารถในการให้ความสนใจ  มีสติในความรู้สึกของเราและการสงบสติ

อามรณ์ของตัวเรา

  • ส่งผลต่อความสามารถในการกลับสู่ภาวะปกติเมื่อเผชิญกับเรื่องร้ายๆ

เด็กๆ มีแผนการจัดเก็บข้อมูลที่แน่นอนในระดับขั้นทางชีวเคมี  ซึ่งจะเกิดขึ้นครั้งแรกกับครอบครัวและจากนั้นขยายตัวไปยังบุคคลต่างๆ รอบๆ ตัว  หากความเชื่อมโยงเหล่านั้นไม่เกิดขึ้นสมองอาจไม่ได้รับการพัฒนาอย่างที่มันควรจะเป็น  เมื่อความผูกพันที่มั่นคงปลอดภัยได้เกิดขึ้นเมื่อนั้นเด็กก็จะรู้สึกปลอดภัย นักวิจัยกล่าวว่า เด็กที่ได้รับพัฒนาการด้านความผูกพันที่ปลอดภัยในช่วงอายุเริ่มแรกบ่อยๆ มักจะมีปัญหาทางพฤติกรรมและความสัมพันธ์ในชีวิตในภายหลัง 

  1. ความเคารพ

ในฐานะที่เป็นมนุษย์ เด็กๆ ควรจะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับที่วัยผู้ใหญ่ได้รับ  เด็กจำเป็นต้องได้รับการปฏิบัติอย่างไตร่ตรอง  มีอารยะ  และสุภาพอ่อนน้อม เช่นเดียวกับที่เราต้องทำต่อกันในฐานะผู้ใหญ่  ผลการวิจัยระบุว่า เด็กที่ได้ความรักและการดูแลเอาใจใส่ในการเลี้ยงดูจะเสริมสร้างเซลล์สมอง hippocampus ได้ใหญ่ขึ้นซึ่งมีส่วนในเรื่องความจำ การเรียนรู้ และการตอบสนอง  ดังนั้น จะเป็นการแสดงถึงความเคารพในจิตใจของเด็กๆ เมื่อเราดูแลและเลี้ยงดูเขาในเชิงบวก เราเคารพในร่างกายและเกียรติของพวกเขาเมื่อเราเลือกที่จะเลี้ยงดูโดยการไม่ทุบตีเพียงเพื่อจะฝึกให้เขาเรียนรู้  เราเคารพความเป็นปัจเจกของเด็กเมื่อเราให้พื้นที่ว่างสำหรับพวกเขาได้ค้นพบหรือพัฒนาตัวของพวกเขาเอง  เราเคารพจิตวิญญาณ และรับรู้ว่าเด็กแต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาซึ่งเป็นสิ่งที่ควรให้เกียรติ

การเลี้ยงลูกด้วยทรรศนคติเชิงบวก

  1. การเลี้ยงดูเชิงบวก

การเลี้ยงดูลูกในเชิงบวกจะจัดการกับพฤติกรรมที่มีปัญหาได้ตั้งแต่มันส่งสัญญาณแรกก่อนที่จะกลายมาเป็นปัญหารุนแรง  นอกจากนี้  การเข้าใจว่าการให้เวลาพิเศษในการสร้างความสัมพันธ์และการสอนให้มองไปข้างหน้านั้น  เราจะขัดขวางปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้มากกมายกว่าการสอนให้ลูกคอยตั้งรับปัญหา  ซึ่งสิ่งนี้จำเป็นต้องอาศัยการคิดการล่วงหน้าและสุขุมรอบคอบ  เช่นเดียวกับการวางแผนรับมือกับสิ่งต่างๆ  อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองแบบเชิงรับมักจะควบคุมตนเองหรือคิดวางแผนแก้ปัญหาก็ต่อเมื่อปัญหานั้นได้เกิดขึ้นมาแล้ว 

  1. การเป็นผู้นำที่เข้าอกเข้าใจ

ตรงนี้อย่าไปสับสนกับการเป็นผู้ปกครองที่ตามใจค่ะ  การเลี้ยงลูกเชิงบวกยังคงไว้ซึ่งบทบาทของความเป็นผู้นำ  ในความเป็นจริงถือเป็นการกระทำที่เป็นอันตรายต่อเด็กที่ไม่เป็นผู้นำที่มีความสามารถเพียงพอที่จะชี้นำทางให้เขาสามารถเผชิญชีวิตในโลกกว้างได้อย่างเหมาะสม  การเป็นผู้เข้าอกเข้าใจหมายถึงการเข้าใจความต้องการของเด็กๆ และเชื่อมโยงมันไปในทางที่จะช่วยให้พวกเขามีความรู้สึกว่าได้รับการรับฟังและเข้าใจพวกเขา  ขณะที่ยังคงไวซึ่งขอบเขตที่ผู้ปกครองกำหนดไว้  

การเลี้ยงลูกด้วยทรรศนคติเชิงบวก

  1.   ความมีวินัยในเชิงบวก

การลงโทษนั้นต่างจากระเบียบวินัย  เป้าหมายของการลงโทษคือเพื่อทำให้ใครก็ตามเจ็บปวดพอที่ไม่ทำพฤติกรรมนั้นๆ อีกในอนาคต  ส่วนเป้าหมายของระเบียบวินัยคือเพื่อสอนให้ใครก็ตามควบคุมแรงกระตุ้นและพฤติกรรม  เพื่อให้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ  และเพื่อแก้ไขความผิดพลาดและหาหนทางแก้ไขปัญหาได้

ปัจจุบันมีวิธีการเลี้ยงลูกมากมายที่มุ้งเน้นในการกำหนดวินัยให้เด็กๆ ซึ่งปรัชญาเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกในเชิงบวกนั้นก็ถูกหยิบยกมาในการวางวินัยเหล่านั้น  ขณะที่การกระทำและพฤติกรรมต่อระเบียบวินัยนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่พึงระลึกไว้ด้วยว่าประสบการณ์ตลอดช่วงวัยเด็กที่คุณมอบให้กับลูกๆ นั้นก็สำคัญเช่นกัน  การจะสร้างสรรค์เด็กๆ ได้นั้นไม่ใช่เฉพาะแค่ช่วงที่เราว่ากล่าวตักเตือนหรือการที่เราไปแก้ไข  แต่มันคือช่วงเวลานับร้อยนับพันของระยะทาง คราบน้ำตา  ความสำเร็จและความล้มเหลว  กำลังใจและยามท้อแท้  เสียงเราะและความเศร้า  การยอมรับและการปฏิเสธ  การยุติและการเริ่มต้นใหม่  ที่ล้วนเป็นสิ่งที่เราสร้างเด็กคนหนึ่งให้เจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตค่ะ

ที่มา : parentingchaos

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram