Free Shipping in Bangkok over THB 1,000* Learn more

รีวิวหนังคลาสสิกที่ดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ The Painist

รีวิวหนังคลาสสิกที่ดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ The Painist


คงจะเป็นเรื่องดีทีเดียวถ้าหากจะมีหนังสักเรื่อง ที่จะพาเราย้อนกลับไปดูเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ต้องหนีตาย และต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ในช่วงสงครามโลก ซึ่งก็มีหนังหลาย เรื่องก็พยายามที่จะถ่ายทอดความโหดร้าย และความยากลำบากของการเอาตัวรอดในยุคสงคราม แต่ถ้าจะให้แนะนำหนังสงครามที่ดี และมีมุมองทางสงครามที่แตกต่างออกไปจากเรื่องอื่นๆ เราขอแนะนำเรื่อง The Pianist

The Pianist เป็นภาพยนตร์แนวประวัติศาสตร์สงคราม ที่ว่าด้วยเรื่องของชาวยิวที่อาศัยอยู่ในประเทศโปแลนด์ และต้องทุกรุกรานเพื่อฆ่าและจับตัวไปเป็นเฉลยศึก จากทหารนาซีของประเทศเยอรมัน ซึ่งตัวเองของเรื่องคือ วลาดิสลอว์ ซพิลมัน (รับบทโดย แอเดรียน โบรดี้) ชายหนุ่มนักเปียโนที่มีรายได้จากการเล่นเปียโนตามร้านอาหาร ชายผู้ที่ไม่เคยมีมุมมองโหดร้ายหรือคิดทำการสงครามมาก่อน จนวันหนึ่งทหารเยอรมันได้บุกเข้ามา และเริ่มกวาดล้างชาวยิว ทำให้ ซพิลมันและครอบครัว ต้องแยกจากกัน โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าจะมีโอกาสได้พบเจอกันอีกหรือไม่ แต่โชคยังเข้าข้างเมื่อ ซพิลมันได้รับการช่วยเหลือจากคนอื่นๆ ที่รู้จักกันตามร้านอาหาร ทำให้เขายังมีโอกาสที่จะได้ใช้ชีวิตต่อไป เพียงแต่ว่าต้องอยู่อย่างอดอยากและหลบซ่อน โดยมีความหวังว่าสงครามจะจบลงในเร็ววัน และเขาจะได้กลับมาเล่นเปียโนอีกครั้งหนึ่ง

ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย โรมัน โปลันสกี ผู้กำกับชาวโปแลนด์ ที่ถ่ายทอดสภาพอาคารและบ้านเรือนที่ถูกทำลายด้วยสงครามได้อย่างสมจริง และสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้ชมได้เป็นอย่างดี ซึ่งหนังเรื่องนี้นอกจากจะกล่าวถึงความโหดร้ายของสงครามแล้ว ยังมีมุมมองในด้านของความสวยงามของดนตรี ซึ่งเครื่องดนตรีหลักๆ ของเรื่องก็คือเปียโน โดยเสียงดนตรีนั้น ถึงแม้จะต่างถิ่นต่างภาษากัน แต่มันกลับเชื่อมถึงกันได้และ ยังสามารถช่วยเหลือเราได้ในยามยากลำบากอีกด้วย นอกจากการกำกับที่ยอดเยี่ยมแล้ว ยังต้องยกความดีความชอบให้กับนักแสดงนำที่เล่นได้สมบทบาทและ ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเอกนั้นระทมทุกข์กับโรคระบาด และหิวโหยจากการอดอยากจริงๆ ซึ่งผลก็คือ แอนเดรียน โบรดี้ ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมไปครองจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งไม่เพียงแค่รางวัลนักแสดงนำชาย แต่ในปีนั้นภาพยนตร์เรื่อง The Pianist ยังได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปีไปครองอีกด้วย

ถือได้ว่าเป็นหนังสงครามที่อิงจากประวัติศาสตร์อีกเรื่องหนึ่ง ที่ควรค่าต่อการหามาชมซึ่งหนังเรื่องนี้เข้าฉายเมื่อปี 2002 ทำให้อาจจะหาแผ่นมาชมกันยากสักหน่อย แต่ขึ้นชื่อว่าหนังรางวัลออสการ์ขนาดนี้แล้ว ทำให้หลายร้านยังนำ DVD เรื่องนี้มาขายกันอยู่ ซึ่งเราไม่อยากให้คุณพลาดเลยจริงๆ

Recommended for you

 
get up close & personal with instagram